เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม
posted on 25 Jan 2007 08:03 by krabirainam in Bookน่าแปลกอยู่เหมือนกันนะ ในขณะที่หลายคนอยากจะฆ่าตัวตาย
แต่ก็มีอีกหลายคนที่อยากจะมีชีวิตอยู่
สวรรค์เบื้องบนคงเห็นความไม่เท่าเทียมในความคิดบางอย่างเหล่านั้น
ก็เลยได้ให้โอกาสบางอย่างกับใครบางคน อย่างน่าเหลือเชื่อนัก
เพื่อจะกลับมามีชีวิตอยู่เพื่อเรียนรู้ว่า "คุณค่าของการมีชีวิตมันสำคัญนัก"
ช่วงหลังๆ นี้ที่โรงเรียนมีเขียนเรียงความอยู่บ่อยๆ ผมมักจะเขียนถึงเรื่องเดิมเสมอ
"การมีชีวิตสำคัญไหม?" และนั่นก็เป็นที่มาที่ไปถึงสิ่งที่ผมอยากจะเล่า
การมาอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นสิบเดือน ทำให้ผมเห็นคนฆ่าตัวตายมากขึ้น
ที่ไทย ผมเห็นคนอยากกระโดดตึกฆ่าตัวตายอยู่บ่อยๆ ก็จริง
แต่ที่ญี่ปุ่นนี่ ความอยากฆ่าตัวตายกลับเป็นไปในคนละด้านกันโดยสิ้นเชิง
ตามความคิดเห็นของผมนะ ด้วยความที่ลักษณะของคนญี่ปุ่นที่เป็นแบบนี้
คือจะไม่พูดบอกเล่าความรู้สึกในใจออกมาทั้งหมด ส่วนใหญ่จะเก็บเอาไว้
คิดอะไรอยู่ในใจ เคียดแค้นใครก็จะเก็บเอาไว้ มันเลยเหมือนเป็นความทุกข์สะสม
และคล้ายกับว่าเป็นเหมือนระเบิดเวลาที่พร้อมจะระเบิดออกมาเมื่อไหร่ก็ได้
พอระเบิดออกมาทีก็ถึงกับอึ้งกันไปคับ ยิ่งช่วงนี้ความเครียดในชีวิตมันมีมากขึ้น
หลายครั้งที่ได้เห็นข่าวเด็กประถม หรือเด็กมัธยมอยากจะฆ่าตัวตาย
เพราะเหตุผลที่ลึกๆ แท้จริงมันคืออะไรกัน ผมก็ไม่รู้แน่ชัดนัก
แต่ในมุมมองของผมนะ การมีชีวิตอยู่เนี่ย เหมือนเป็นรางวัลดีดีนี่เอง
เหมือนกับสวรรค์เบื้องบนนั่นได้ประทานมาให้กับมนุษย์เลยนะคับ
เหมือนกับในหนังสือวรรณกรรมเด็กที่ผมได้อ่านเมื่อหลายปีก่อน

เมื่อสวรรค์ให้รางวัลกับเด็กชายผู้หนึ่ง กลับมามีชีวิตอีกครั้งเพื่อแก้ตัว
ในสิ่งที่ได้ทำผิดพลาดลงไป เหมือนให้โอกาสกลับมาตัดสินใจใหม่อีกครั้ง
ในหนังสือผู้เขียนพยายามจะบอกเล่าว่า "โลกมันก็ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป"
มันก็มีทั้งแง่ดี และแง่ร้ายด้วยกันทั้งนั้น แต่นั่นมันจะสอนให้เราแข็งแกร่งขึ้น
หนังสือเล่มนี้เป็นวรรณกรรมอีกเล่มที่อยากให้คนที่อยากฆ่าตัวตายได้อ่าน
เป็นแง่มุมเล็กๆ ที่มองความสวยงามเล็กๆ ที่มันยังมีอยู่บนโลก
ก็เหมือนกับที่ผมเขียนไปเมื่อคราวก่อน "ทุกคนย่อมมีเหตุผลของตัวเอง"
เรามีเหตุผลร้อยพันที่จะตาย แต่ไม่มีเหตุผลสักข้อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป
มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบที่พัดมา ถ้าหลุดเราก็จากโลกไปได้ง่ายๆ เหมือนกันนะคับ
หลายครั้งเราพบว่า "เรามองเห็นเพียงตัวเรา ตัวกุ ของกุ"
ถ้าวันนี้เราลองเปลี่ยนมุมมองว่า บางทีตัวกุ ก็ไม่ใช่ของกุเสมอไป
ยังมีคนอีกมากมายที่รายล้อมเรา และมีมืออีกมากมายที่พร้อมจะหยิบยื่นมาให้เรา
ฉุดเราขึ้นจากหลุมดำของความรู้สึกนั้น พร้อมจะจับมือและก้าวไปด้วยกัน
ในโลกที่มันเลวร้ายลงไปทุกวันแบบนี้ ถ้าเรายังคงซ้ำเติมด้วยความเกลียดชัง
ผมว่าไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรดีขึ้นมากไปกว่า เราก็เศร้าสลดกัน
สิ่งหนึ่งที่ผมได้มากจากหนังสือเล่มนี้
"ผมได้มุมมองการมองโลกที่เปลี่ยนไป"
โลกมันจะเลวร้ายถึงเพียงใดก็ตาม แต่ตราบใดที่เรายังมองมันอย่างมีความสุข
โลกของเรามันก็ยังคงมีแง่มุม สุข และสวย เหล่านั้นอยู่เสมอ
เหมือนกับคำบางคำที่เคยได้ยินมาจากที่ไหนสักแห่งว่า
"สุขได้อยู่ที่ใจเรา"
สุขได้อยุที่ใจ ปย.นี้โดนใจมากมาย
#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2007-01-25 08:18