Eternal Sunshine

posted on 21 Feb 2007 23:07 by krabirainam  in Movies

ถ้าวันนึงเราเลือกลบความทรงจำบางอย่างได้ เราควรเลือกไหม ?
ว่ากันว่ามนุษย์อย่างเราๆ เนี่ยมีความทรงจำมากมายในสมอง
ในสมองที่เขาว่ากันมาอีกว่าซับซ้อนเนี่ย มีลิ้นชักมากมายแอบซ่อนอยู่
แปลกใจไหมว่าทำไมกัน สมองของเราถึงได้จำอะไรได้มากมายแบบนี้
และในเวลาเดียวกันเรื่องที่เราอยากลืมแทบตายแต่ก็ทำไม่ได้สักที
มันเข้ากับเพลงที่เขาเขียนกันมาน่ะ "อยากลืมกลับจำ อยากจำกลับลืม"

ในชีวิตของเรามีเรื่องอะไรบางไหมที่อยากจะลืมๆ มันไปซะ
นั่นก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องเศร้า เหงาจิต เซ็งชีวิต หรือเรื่องซวย
แต่ไอ้เรื่องประมาณนี้เรามักจะจำมันได้ดีนักเชียวล่ะ
สมองเรามันบังคับไม่ได้ว่าจะให้จำให้ลืมอะไร มันเป็นไปโดยระบบของมัน
ยิ่งเป็นเรื่องรักๆ อกหักเนี่ย แทบจะจำไปนานโขอยู่ทีเดียว

วันก่อนมีโอกาสได้ดูหนังที่เพื่อนหลายคนแนะนำกันเหลือเกิน
เคยได้ยินชื่อเรื่อง Eternal.Sunshine.Of.The.Spotless.Mind ไหม?
หนังเรื่องนี้พลอตมันน่าสนใจยิ่งนัก คนเขียนบทคนเดียวกันกับ
"Adaptation"
หนังมันเล่าเรื่องแบบกลับไปกลับไป ให้เราเดินตามไปหาอดีต ปัจจุบัน และอดีตกับเฮียจิม
การเดินทางตามเฮียจิม ในเวอร์ชั่นที่เราไม่เห็นเฮียแกทำหน้าตาตลกแลบลิ้นปลิ้นตา
ช่างสนุกนัก หลายคนดูเคยถูกความสามารถเฮียแกว่า ในชีวิตนี้เฮียคงสลัดบทตลกไม่ได้หรอก
แต่ก็นั่นสินะ เรื่องแบบนี้เค้าว่าห้ามลบหลู่กันเชียว เพราะเฮียแกทำได้น่ะ

หนังเรื่องนี้ ไม่ใช่ดราม่าเรื่องแรกที่เฮียจิมแกเลือกเล่น แต่เป็นหนึ่งในหลายเรื่องที่แกเล่น
ผมยังจำเรื่องนึงได้ชอบเฮียแกสุดๆ "เดอะ ทรูแมนโชว์" เรื่องนั้นเฮียแกสุดยอด
นึกภาพเฮียจิมที่ผมรู้จักใน "เดอะ แมส" ไม่ออกกันเลยทีเดียวเชียวนะเออ
การเดินทางตามความรักของเฮียจิมกับเจ๊เคท ในหนังเรื่องนี้ น่าค้นหาและสนุกเชียว
เรื่องมันว่าด้วย เมื่อความรักของเฮียจิมกับเจ๊เคท มันเริ่มจะจืดชืดลงไปมาก
เหมือนกับว่าจะรู้จักนิสัยที่แท้จริงของแต่ละฝ่าย ก็เกิดอาการเบื่อหน่าย ทะเลาะเบาะแว้งกัน

เจ๊เคท ในเรื่องเธอทนความน่าเบื่อของฝ่ายชายอย่างเฮียจิมไม่ไหว
ถึงขั้นต้องไปคลีนิคที่สามารถลบความทรงจำที่ไม่อยากให้มีในสมองได้
เพิ่งจะรู้ว่ายุคในหนังตอนนั้น เทคโนโลยีมันพัฒนากันไปไกลถึงขั้นนั้นแล้ว
วันเวลาในหนังมันก็ผันผ่านไป คนสองคนก็กลับกลายเป็นคนแปลกหน้า
แล้ววันนึงเฮียจิมแกก็ค้นพบว่า ทำไมแกกลายเป็นคนแปลกหน้าของเจ๊เคทไปซะงั้น
เฮียแกก็ไปตามหาความจริงจากเพื่อนฝูง จนสืบรู้มาว่าเจ๊เธอไปลบเฮียแกออกจากสมองไปแล้ว
"เธอทำแบบนี้กับผมได้ไง" เฮียจิมแกรับกับการกระทำของเจ๊เคทไม่ได้จริงๆ
"ในเมื่อเธอทำแบบนี้ได้ ผมก็ทำได้" และเฮียจิมแกก็ตัดสินใจไปลบความทรงจำบ้าง
และความทรงจำระหว่างเจ๊เคทกับเฮียจิม กำลังจะจบสิ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี่


การที่คนสองคนมาอยู่ด้วยกัน มันก็เป็นธรรมดาที่จะมีทั้งเรื่องดีและเรื่องร้าย
ถูกใจกันบ้าง ผิดใจกันบ้าง เหมือนเพลงลิ้นกับฟันที่พี่เบิร์ดแกร้องไว้นั่นไง
หนังเรื่องนี้หยิบยกประเด็นความทรงจำมาเล่นกันแบบนี้เลย
เหมือนจะพิสูจน์ว่า สรุปว่าความทรงจำร้ายๆ ที่อยากลบนั่น อยากจะลบมันไปจริงๆ หรอ
หรือเป็นเพียงแค่อารมณ์ชั่ววูบ เป็นพายุฤดูร้อน หรือเป็นเพียงฝนตกแดดออก
เรื่องบางเรื่อง คนบางคน เราอยากลืมแทบตายก็ทำไม่ได้อยู่ดี
และพอเราได้มีโอกาสกลับไปครั้งรักยังหวานชื่นนั่นอีก ยิ่งทำให้รู้ว่าความทรงจำมันน่าหวงนัก
จะให้ใครมาลบออกไปง่ายๆ แบบนี้ได้หรือ เพราะกว่าจะสร้างมันมาได้ก็นานนัก

Eternal.Sunshine สำหรับผมเป็นเหมือนกับแสงอาทิตย์ที่สาดส่องมาตอนเช้าตรู่
มันคือความหวานชื่น และในขณะเดียวกันมันก็คือความขมขื่น
เราไม่สามารถจะไปเปลี่ยนแปลงใครได้ และเราก็ไม่สามารถเปลี่ยนตัวเองได้จริงๆ
วันนึงนิสัยที่แท้จริงของเรา หรือเรียกกันบ้านๆ "สัน.ดาน"จริงก็ต้องแสดงออกมาอยู่ดี
มันอยู่ที่ว่าเราจะยอมรับได้ไหมว่า "ทุกคนไม่ได้สมบูรณ์แบบ"
ไม่มีใครดีเหมือนกับเทพบุตรในนิยาย และในขณะเดียวกันก็ไม่มีใครร้ายจนคบไม่ได้หรอก

สำหรับความรู้สึกของผมที่มีต่อหนังเรื่องนี้ บอกได้สั้นๆ ว่า "ชอบมาก"
ชอบการเล่าเรื่องที่ไม่ได้เล่าแบบ หนึ่ง สอง สาม สี่
ชอบการแสดงอันน่าปลื้มใจนักของเฮียจิม และการแสดงระดับเทพของเจ๊เคท
ต้องยอมรับว่า หนังที่จะกระทบใจคนสักเรื่องนึงนั้น องค์ประกอบคงไม่ได้มีอยู่อย่างเดียวแน่ๆ
ผู้กำกับเก่ง นักแสดงแย่ หนังก็ไปไม่ถึงจุดอยู่ดี
หรือในอีกมุม ผู้กำกับดี นักแสดงเก่ง แต่บทดันแย่ นี่ก็ไปไม่ถึงฝั่งฝันเช่นกัน
อย่าไปจริงจังกับสิ่งที่ผมเขียนหรือเชื่อมากนัก เพราะเอาความรู้สึกเขียน


ชอบหลายฉากในหนังมาก เหมือนโดนฮุกจากผู้กำกับอยู่หลายฉาก
และมีบางฉากที่ถึงขั้นน็อคเอ้าท์ไปเลยก็มี แบบที่ไม่ต้องรอนับถึงสิบกันเลย

ถ้าจะบอกว่ามีบทหนังจากคนเขียนเก่งๆ ดีดีสักเรื่อง
และในขณะเดียวกันนั้นก็ได้นักแสดงเก่งๆ ผู้กำกับที่เอาหนังอยู่ทั้งเรื่อง
คงไม่ต้องบอกสินะว่าหนังเรื่องนั้นมันน่าติดตามหามาดูมากแค่ไหน
ไม่แปลกถ้าบางคนดูจะไม่ชอบ เพราะคนเรามันมีสิ่งที่ชอบต่างกัน
แต่ก็ไม่ได้แปลว่าคนที่ไม่ชอบหนังดราม่าจะดูเรื่องนี้ไม่ได้นะ
บางทีอาจจะคิดว่าน่าเบื่อ แต่ถ้าได้ลองชิมดูสักคำก็จะพบว่าหนังดราม่าก็เอร็ดอร่อย
และถ้าจะให้แนะนำหนังดราม่ารักๆ สักเรื่องล่ะก็ ขอแนะนำให้ดูเรื่องนี้นะ
แล้วคุณจะพบว่า "ความทรงจำ" มันเป็นสิ่งที่น่าหวงแหนมากแค่ไหนกัน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

หนังในดวงใจของเราเลย

#1 By Cheshire_XxX on 2007-02-21 23:18

ชอบเหมือนกัน เคยมีอารมณ์เดียวกับพระเอกนางเอก อยากลบบางความทรงจำทิ้ง

แต่เหมือนกับว่า จริงๆแล้วเราไม่ได้อยากลบความทรงจำทิ้งหรอก แต่เราอยากลบความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากความทรงจำนั้นมากกว่า

#2 By ซินนามอโรล on 2007-02-22 01:52

มันเป็นหนังโรคจิตที่ แฝงอะไรไว้เยอะมากเลย
ทั้งคนโรคจิต ทั้งคนที่ความจำเลอะเลือน
แต่ก็เจ๋งดี
ปล. จำได้ว่าตอนเห็นเจ๊ เคท ใส่วิกสีฟ้าครั้งแรกแล้วแทบคลั่ง ทำไปได้

#3 By !!! L_[V]eeM :- on 2007-03-16 01:45