Crash ผลจากการถูกชน
posted on 22 Feb 2007 23:39 by krabirainam in Moviesว่ากันว่ามนุษย์อย่างเราๆ จะมีความสัมพันธ์กันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
จากเหตุผลเหล่านั้น การกระทำบางอย่างของเรา มันจึงอาจส่งผลไปถึงอีกคน
ผลกระทบที่ว่านั่น อาจจะยาวต่อไปเป็นลูกโซ่ยาวเหยียด
หรือบางครั้งมันก็เหมือนกับโดมิโน่ที่จะล้มไปเรื่อยๆ จนกว่าจะล้มกลับมาทับตัวแรก
บางทีเราตกเป็นฝ่ายที่ต้องรับผลกระทบ และในบางเหตุการณ์เรากลับเป็นผู้สร้างผลกระทบ
หลายครั้งที่เราก็ไม่รู้หรอกว่า เรื่องที่เราคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเรา
เราไม่รู้หรอกว่าการกระทำโดยไร้สติของเราบางอย่าง จะส่งผลกระทบไปถึงชีวิตของผู้อื่น
หลายครั้งที่เรื่องแบบนี้มักจะเกิดขึ้นในโลกอยู่เสมอ เพราะเรามองเห็นเพียงตัวเรา
ไม่มีสักครั้งที่มนุษย์จะหันมามองหน้ากัน และเห็นใจกันและกัน
บางครั้งผมรู้สึกว่าโลกมันโหดร้าย แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกว่ามันสวยงามนัก

Crash ที่ผมได้ดูเมื่อวานนี้ บอกอะไรผมอยู่หลายอย่าง
การชนกันของมนุษย์บนโลกโดยไม่ตั้งใจ บางครั้งกลับส่งผลกระทบอย่างน่าใจหาย
วันนึงผมเดินชนใครสักคนบนท้องถนน และอีกวันผมอาจจะถูกใครสักคนเดินชน
การเดินชนกันธรรมดา บางทีมันอาจจะไม่ส่งผลอะไรร้ายแรงนัก
แต่การเดินชนกันบางครั้งกลับสร้างความเจ็บปวดให้กับผู้ถูกชนอย่างน่าใจหาย
จากข่าวคราวในญี่ปุ่นเมื่อหลายวันก่อนที่ผ่านมา มีข่าวว่าผู้หญิงกำลังยืนรอรถไฟ
เธอก็กดมือถือของเธอไป แล้วไม่ทันจะอะไรก็มีชายผู้รีบร้อนเดินมาชนเธอ
เธอถูกกระแทกอย่างแรงจนตกลงไปในรางรถไฟ แต่เธอรอดเพราะมีคนมาช่วยไว้ได้ทัน
ลองคิดดูสิ ถ้าวันนั้นที่เธอถูกกระแทก เป็นวินาทีที่รถไฟกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ชานชลา
ถ้าในวินาทีนั้นไม่มีใครเห็นเธอถูกชน ผลของการชนครั้งนี้มันคืออะไรกัน
เธออาจจะบาดเจ็บสาหัส หรืออาจจะเสียชีวิต นั่นคือผลของการชนกันแบบร้ายแรง
แต่จะมีกี่คนที่โชคดีจากการถูกชนบ้าง ใครที่จะถูกมือสักมือดึงกลับมาได้บ้าง
เราไม่รู้หรอกว่า ผลของการกระทำบางอย่างที่ขาดสติ จะส่งผลร้ายแรงถึงใครหลายคน
การชนกันในหนังเรื่องนี้ เป็นการชนกันแบบต่อเนื่องและร้ายแรง
ในภาวะนึงเราคือผู้ชน และอีกภาวะนึงเราคือผู้ถูกชน
ถ้าถามว่าความรู้สึกของฝ่ายไหนเจ็บปวดมากกว่ากัน ผมว่าน่าจะเป็นอย่างหลัง
หนังเล่าเรื่องผ่านตัวบุคคลมากมายที่มีความสัมพันธ์กันอย่างไม่ตั้งใจ
บางครั้งเราก็ตั้งใจที่จะพุ่งเข้าชนใครบางคน แต่บางครั้งเราก็แค่พลาด
การกระทำที่ละเลยต่อความรู้สึกของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
ผมพบว่ามันช่างส่งผลที่น่ากลัว และน่าเจ็บปวดเหลือเกิน
เมื่อวันนึงเราดูถูกเหยียบย่ำค่าของความเป็นมนุษย์ด้วยการแบ่งแยกสีผิว
และในขณะเดียวกันนั้นเราก็ได้สร้างฆาตรกรมือใหม่โดยไม่ตั้งใจ
ไม่มีใครสามารถทนการดูถูกเหยียดหยามค่าความเป็นมนุษย์ได้หรอก
อาจจะทนได้ แต่สุดท้ายความกดดันสะสมนั้นมันก็ต้องระเบิดขึ้นมาสักวัน
เหมือนชายผิวดำคนนึงในเรื่องที่ถูกเหยียดสีผิวจากคนที่เรียกตัวเองว่าคนผิวขาว
ผมไม่เข้าใจเลยว่าคนที่ดูถูกมนุษย์ด้วยกันแบบนี้ได้ ยังเรียกมนุษย์ได้อยู่หรือ?
พวกเขาเหยียด และเหยียบขยี้ศักดิ์ศรีของชายผู้นั้นเสียแหลกสิ้น
แต่ชายผิวดำคนนั้นก็ทน ทนเพื่องาน เพื่ออนาคตที่เขาก็ไม่รู้ว่ามันจะเดินทางไหน
แล้ววันนึงสิ่งที่ว่านั่นมันก็แทบจะตอบเราได้เลยว่า ไม่มีใครทนได้หรอก
การที่ต้องทนอยู่ในสังคมที่ผู้คนไม่มีความเอื้อเฝื้อให้กันแบบนี้
รังแต่จะทำให้บรรยากาศในสังคมมันตึงเครียดขึ้นทุกวัน สักวันเราก็ต้องระเบิดออกมา
ชายผิวดำผู้นั้นถูกชนอย่างแรงจากคนที่เรียกตัวเองว่ามนุษย์คนผิวขาว
บอกอย่างตรงไปตรงมาเลยว่า ผมไม่ยักใคร่ชอบการเหยียดกันแบบนี้
มันเป็นการเกลียดกันแบบไร้สาเหตุโดยสิ้นดี เพียงแค่ไม่ใช่พวกเดียวกัน
ถ้าวันนึงเราต้องตกไปอยู่ในสถานการณ์ถูกเหยียดบ้างล่ะ เราจะรู้สึกยังไงกัน
ถึงไม่ต้องไปตกอยู่ในสถานการณ์นั้น เราก็แทบจะตอบได้ทันทีว่า ไม่ดีแน่
การถูกแบ่งแยกเป็นบรรยากาศที่ใครๆ ก็ไม่อยากเจอด้วยกันทั้งนั้น
ในบางฉากของหนังเรื่องนี้ยังบอกอะไรแก่คนดูในอีกหลายแง่
เราสามารถเป็นผู้ถูกชน และอีกวันเราอาจจะเป็นผู้ที่ถูกช่วยเหลือก็ได้
ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่จีรังแน่นอน ทุกสิ่งมันเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา
และสิ่งที่เปลี่ยนแปลงง่ายเสียยิ่งกว่าฤดูกาล ผมพบว่ามันคือจิตใจมนุษย์อย่างเราๆ นี่เอง
วันนึงเราตกอยู่ในสถานะที่เป็นศัตรูกัน ทั้งที่เมื่อก่อนเราอาจจะเป็นเพื่อนรักกัน
เหตุผลใดกัน สถานะจึงเปลี่ยน อาจจะเป็นเพราะการชนกันโดยไม่มองจิตใจของกันและกัน
ทางแก้ของปัญหา เพื่อจบปัญหาการชนอันยืดเยื้อนี้
เราสามารถจบมันได้ง่ายๆ โดยการ "เอาใจเขา มาใส่ใจเรา"
พยายามเข้าใจผู้อื่น มากกว่าเข้าใจแต่ตัวเองเพียงผู้เดียว
พยายามเป็นผู้หยิบยื่นให้ มากกว่านั่งรอคอยเป็นผู้รับผลประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว
สิ่งที่เราเรียกว่า "ความเอื้อเฟื้อต่อกันและกัน" มันจะช่วยเยียวยาแผลจากการชน
การชนกันก็ไม่ได้แปลว่าจะส่งผลด้านลบเสมอไป
ตราบใดก็ตามที่เรารู้จักที่จะเข้าใจในจิตใจของผู้ถูกชน และผู้ชน
หนังเรื่อง Crash ในความรู้สึกผม ผมรู้สึกว่าเหมาะสมแล้ว
ควรค่าแก่การยกย่อง เพราะเป็นหนังที่ตีแผ่ความรู้สึกด้านมืดของมนุษย์
ตีแผ่ถึงผลการกระทำแบบไม่ยั้งคิดของมนุษย์
มันไม่ใช่ส่งผลเพียงแค่กระจุกเดียว แต่ส่งผลไปในวงกว้าง
แล้วสุดท้ายสิ่งที่ว่านั่น ก็กลับมาส่งผลต่อผู้กระทำมัน ซึ่งนั่นมันก็แน่นอนที่สุด
หลายครั้งที่เราเชื่อในความถูกต้องของตัวเองมากจนเกินไป
เกินจนจะยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น และนั่นมันก็ส่งผลร้ายกลับมาสู่เราเอง
แต่พอจำได้คลับคล้ายคลับคลา
ว่ามันสนุกดี
คำว่าชนในที่นี้ก็หมายถึงการชนกันของหลาย ๆ อย่างน่ะนะ...
ชอบฮะ...
#1 By Monboysama on 2007-02-26 11:30