Superman Returns
posted on 01 Mar 2007 18:05 by krabirainam in Moviesเรื่องราวของยอดมนุษย์ในภาคนี้ ไม่เหมือนที่ผ่านมา
ความทรงจำลางๆ เกี่ยวกับ Superman ที่ผมพอจะจำได้
สมัยยังเป็นเด็กเล็กนั่น ทีวีช่องเจ็ดสี มีเป็นซีรีย์มาฉายให้ได้ดู
ถึงแม้จะไม่เข้าใจนักว่า ทำไมทุกครั้ง Superman ต้องเปลี่ยนเสื้อที่ตู้โทรศัพท์
แต่นั่นก็ดูจะเป็นภาพเดียวและความรู้สึกเดียวเกี่ยวกับ Superman ในความทรงจำ
มาถึงเวลานี้ ทำให้เรื่องราวในหัวเกี่ยวกับ Superman แทบจะไม่มี
รู้เพียงแค่ว่า Superman คือยอดมนุษย์ผู้พิทักษ์โลกเท่านั้นเอง
Superman ที่ใครๆ วิจารณ์ว่าธรรมดาไม่ตื่นเต้น
แต่สำหรับผมกลับรู้สึกชอบแฮะ เพราะไม่รู้สึกว่า Superman เหนือคน
รู้สึกได้ว่ามีชีวิตจิตใจ และมีตัวตน มีความลับ มีความหลัง
ทั้งที่การกลับมาของ Superman ในครั้งนี้ มันเกือบจะไม่ใช่หนังแอคชั่นละ
ออกแนวดราม่าเกี่ยวกับตัว Superman เสียมากกว่า
การเล่าถึงปม บางอย่างในใจของ Superman
ถึงแม้ว่าหนังจะไม่ได้ย้อนกลับไปเล่าเรื่องต้นกำเนิดของ Superman มากนัก
ก็อย่างว่า ชื่อหนังเค้าก็บอกอยู่แล้ว Superman Returns
ฉะนั้นแล้วผู้สร้างก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเดินทางเพื่อกลับไปเกริ่นเรื่องมากนัก
การกลับมาของเขาครั้งนี้ ทำให้เราได้เข้าไปสำรวจชีวิต Superman มากขึ้น
หลายฉากในหนังที่ทำให้ผมรู้สึกว่า Superman รู้สึกเสมอว่าตัวเองโดดเดี่ยว
แต่เพื่อโลกและมนุษย์แล้ว Superman ไม่สามารถที่จะหยุดปกป้องโลกได้
ทำให้รู้สึกได้เลยนะว่า Superman เกิดมาเพื่อที่จะเป็น Superman จริงๆ
มีฉากนึงในหนังตอนที่ Superman ไปพบกับนางเอกซึ่งเป็นนักหนังสือพิมพ์
แล้วเขาก็พานางเอกไปพบกับสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งเขาอยากให้เธอฟังเสียงบางอย่าง
และเขาก็ถามเธอว่า "คุณได้ยินเสียงอะไรมั้ย?"
เธอตอบเขา "ฉันไม่ได้ยินเสียงอะไร"
"ผมได้ยินทุกอย่าง"
"คุณเขียนบอกว่าโลกไม่ต้องการผู้ปกป้อง"
"แต่คุณรู้มั้ย ทุกวันนี้ผมยังคงได้ยินเสียงผู้คนร่ำไห้ ร้องขอความช่วยเหลืออยู่เสมอ"
แค่เพียงฉากนี้ ฉากเดียวก็แทบจะเล่าอะไรเกี่ยวกับตัว Superman ได้เยอะมาก
ตามความรู้สึกของผมนะ ผมรู้สึกว่านี่อาจจะเป็นความรู้สึกของเหล่าฮีโร่
มันเป็นหน้าที่ ที่ต้องทำ ต้องปกป้อง ต้องดูแล
จริงอยู่ที่โลกมักจะเขียนตัวฮีโร่ขึ้นมาให้ดูสมบูรณ์แบบในทุกด้าน
แต่ถ้าเรามองดีดี จะพบว่าเหล่าฮีโร่ทั้งหลายมักจะมีความบกพร่องทางด้านความรัก
ไม่ว่าจะเป็น Superman หรือ สไปเดอร์แมนก็ตามที
เหมือนกับต้องเลือกระหว่าง "ภาระหน้าที่" และ "ความรัก" อยู่ตลอดเวลา
ซึ่งสองสิ่งนี้มันก็แทบจะแยกออกจากกัน เมื่อเลือกก็จำเป็นต้องละทิ้งอีกอย่าง
ลองคิดดูเล่นๆ ว่าถ้าสักวันหนึ่งมนุษย์อย่างเราๆ มีโอกาสไปยืนอยู่ในฐานะฮีโร่บ้าง
เราจะเลือกอะไรกันระหว่าง "ภาระหน้าที่" หรือ "ความรัก"
การกลับมาของ Superman ในครั้งนี้
ทำให้ผมรู้สึกได้ว่า Superman ไม่ได้กลับมาเพื่อพิทักษ์โลกอย่างเดียว
ขณะเดียวกันSupermanยังทำหน้าที่เป็นเสมือนหนึ่งสมาชิกของคนบนโลกด้วย
แม้ว่าในความเป็นจริงเราจะไม่มี Superman และสไปเดอร์แมนก็ตาม
แต่การเขียนเรื่องราวเหล่านี้ขึ้นมา ผมว่ามันกลับเป็นเรื่องดีเสียอีก
การที่ผู้คนเชื่อว่ายอดมนุษย์ยังคงมีอยู่ในโลก เพื่อปกป้องความดี
เชื่อว่าความดียังคงมีหลงเหลืออยู่บนโลกที่เรามองว่ามันโหดร้ายขนาดนี้
มันทำให้เรายังคงมีแรงพยายามที่จะทำความดีกันอยู่
ถ้าเปรียบว่าเหล่าฮีโร่ทั้งหลายเป็นตัวแทนของความดี
ผมพบว่าความดีมันช่างเป็นสิ่งพิเศษ และต้องพบเจอกับเรื่องร้ายๆ อยู่เสมอ
นั่นก็คงจะหมายความได้ว่า การทำความดี เราก็ต้องพบเจออุปสรรค
ซึ่งหลายคนที่หมดศรัทธาในความดี อาจจะเป็นเพราะว่าย่อท้อต่ออุปสรรค
ในหนังเกี่ยวกับซุปเปอร์ฮีโร่ทั้งหลาย พวกเขาแทบจะไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรค
ถึงแม้ว่าบางทีอาจจะต้องต่อสู้กับความรู้สึกภายในจิตใจบ้าง
แต่พอพวกเขามาย้อนนึกว่า การทำนี้ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อโลกส่วนรวม
พวกเขาก็สามารถลุกขึ้นมา ทำสิ่งเหล่านั้นได้อีกครั้ง
หนังพาเราไปรู้จักโลกของ Superman ในอีกแง่นึง
นอกจากจะเกิดมาเพื่อปกป้องโลกแล้ว Superman ก็มีชีวิต มีความรัก
มีแง่มุมของความเศร้า อ้างว้าง เปล่าเปลี่ยว
แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ยังคงมีจิตใจเต็มเปี่ยม พร้อมที่จะปกป้องโลกเสมอ
ถึงแม้ว่า Superman ในเวอร์ชั่นนี้ จะไม่มีฉากแอ๊คชั่นมันส์ๆ มากมาย
อย่างที่ใครหลายคนคาดไว้ แต่นั่น มันก็ดูไม่ใช่ประเด็นหลักของเรื่องเสียทีเดียว
เพราะเราแทบจะรู้จักภารกิจต่างๆ ของ Superman กันเป็นอย่างดี
มี Superman ไม่ต้องกลัวอะไร เพราะSuperman จะปกป้องเรา
แต่ไม่มีสักครั้งที่เราได้เดินทางเข้าไปสำรวจความรู้สึกของ Superman
และไม่มีสักครั้งที่พวกเราได้ทำหน้าที่เป็นผู้ปกป้อง Superman บ้าง
มีฉากนึงในหนังที่Superman ตกลงมาจากท้องฟ้า
แล้วประชาชนก็ช่วยกันพา Superman ไปส่งโรงพยาบาล
มันทำให้เรารู้ได้เลยว่า ไม่ใช่เพียงแค่ Superman ฟังเสียงของมนุษย์
แต่มนุษย์ก็ฟังเสียงของ Superman ด้วยเหมือนกัน
เพียงแต่พวกเขาเหล่านั้นไม่รู้ว่า จะมีทางไหนที่จะช่วยเหลือ Superman ได้บ้าง
การฟังเสียง อาจจะหมายถึงการเข้าใจซึ่งกันและกัน
ความเข้าใจ มันช่วยเยียวยาบาดแผลในความรู้สึกได้มากมายกว่าคำพูดร้อยพัน

และอีกตอนที่ผมชอบ...
ผมชอบตอนสุดท้ายของเรื่องที่ Superman พูดทิ้งท้ายไว้
Lois:"Will we see you?"
Lois:"Around?"
Superman :"I'm always around"
หนังพยายามจะบอกกับเราว่า ถ้าเปรียบ Supermanเป็นตัวแทนของความดี
ความดีก็ยังคงมีอยู่บนโลกใบนี้ อยู่รอบๆ ตัวเรา
เหมือนกับ Superman ได้พูดทิ้งท้ายเอาไว้นั่นเอง
และผมก็เชื่อว่า "ความดียังคงสถิตย์อยู่บนโลกใบนี้"
การเดินทางของ Superman ยังคงเดินต่อไป
ถึงแม้เราจะไม่รู้ว่ามันจะสิ้นสุดที่ตรงไหน
แต่นั่นดูจะไม่สำคัญเท่ากับระหว่างทางเดินของเขา
เขาได้สร้างสรรค์ สิ่งดีงามมากมายให้ให้แก่โลกนี้
ถึงแม้ว่าพวกเราจะเป็นเพียงคนธรรมดา
แต่เราก็สามารถจะสร้างและทำความดีเพื่อโลกใบนี้ได้เช่นกัน
ไม่ต้องเกิดมาเป็น Superman เราก็ทำความดีได้
เพราะความดีไม่ได้จำกัดไว้เฉพาะบุคคลผู้เกิดมาเป็นฮีโร่เท่านั้น
ความดี ถูกรังสรรค์มาเพื่อมนุษย์และโลกอันสวยงามของเรานี่เอง
และการเดินทางอันยาวนานของ Superman ก็ยังไม่จบลง
ตราบใดก็ตามที่โลกยังคงต้องการให้มีความดีสถิตย์อยู่