Letters from Iwo jima
posted on 19 Mar 2007 12:01 by krabirainam in Moviesเมื่อวานนี้ก็ได้ดูหนังจบไปอีกหนึ่งเรื่อง
รู้จักเรื่อง Letters from Iwo jima กันมั้ยครับ
เรื่องนี้ภาษาญี่ปุ่นใช้ชื่อว่า "硫黄島からの手紙
อ่านว่า "อิโวะจิมะคะระโนะเทะงะมิ"
หนังก็เล่าเรื่องสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ นั่นล่ะ
ประมาณปี ๑๙๔๕ ประมาณนั้นได้ ที่สงครามญี่ปุ่น อเมริกา กำลังคุกรุ่น
หนังเล่าเรื่องราวสงครามใน "อิโวะจิมะ"
ซึ่งเป็นสงครามที่ทหารอเมริกาได้รับชัยชนะในสงครามครั้งนี้
พ.ศ. 2488 (ค.ศ. 1945) - กลุ่มนาวิกโยธินสหรัฐอเมริกา
ปักธงบนเกาะอิโวะจิมะที่อยู่ห่าง 1,045 กิโลเมตร
ทางตะวันตกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น
หลังจากได้ชัยชนะในสมรภูมิอิโวะจิมะ
ภาพถ่ายการปักธงครั้งนี้ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์
ที่มาของข้อมูล วิกิพีเดีย

ความจริงแล้วเกาะนี้มันน่าจะชื่อว่าเกาะ "อิโวะ" มากกว่านะ
เพราะในภาษาญี่ปุ่น "จิมะ" แปลว่า "เกาะ"
แต่ก็ไม่แน่บางทีเกาะนี้มันอาจจะชื่อ "อิโวะจิมะจิมะ" ก็เป็นไปได้
เป็นสงครามที่ญี่ปุ่นได้รับความพ่ายแพ้
หนังถ่ายทอดเรื่องราวระหว่างความสัมพันธ์ของทหารญี่ปุ่น
ในสงครามที่พวกเขาต้องสู้เพื่อปกป้องประเทศ
ในสงครามที่กลายร่างจากมหามิตรให้กลายเป็นศัตรู
ผมชอบหนังเรื่องนี้นะ ถ่ายทอดภาพสงครามในมุมนึง
การมาเป็นทหารของผู้คนเหล่านี้ มาเพื่อปกป้องชาติ
ถึงแม้ว่าจะยินดีหรือไม่ก็ตาม แต่มันก็เป็นหน้าที่พึงกระทำ
หนังเล่าเความรู้สึกของตัวละครต่อสงครามผ่านจดหมาย
เล่าความสุขผ่านจดหมาย และเล่าความทุกข์ผ่านภาพสงคราม
ชอบอีกอย่างของหนัง ชอบตรงที่เรื่องอดีตใช้ภาพสี
เรื่องปัจจุบันใช้ภาพขาวดำ เหมือนกับตอนดู "The Road Home"
เพลงบรรเลงในหนังเรื่องนี้เพราะได้ใจเหลือเกิน
ให้บรรยากาศแห่งความอ้างว้าง วังเวงใจดีเหลือเกิน
หนังฝีมือกำกับของปู่คลิ้นท์ คราวนี้เล่าผ่านสายตาทหารญี่ปุ่น
คือไม่ได้เล่าความสำเร็จของเหล่าทหารอเมริกัน
นับว่าเป็นการฉีก จริงๆ ที่คนอเมริกัน มาทำหนังสงครามของอีกฟาก
และนี่คือ "อิโวะจิมะ" ผ่านสายตาของคนอเมริกัน
ผมดูแล้วกลับไม่ได้รู้สึกว่าเค้ายกตัวเองซะสูงส่งนะ
ในทางกลับกันเค้าเล่าเรื่องได้ดีทีเดียว ไม่ได้รู้สึกว่าใครเหนือกว่าใคร
สงครามครั้งนี้ ถ่ายทอดความเจ็บปวด แต่ไม่ได้สิ้นหวัง
ดูแล้วก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าคนญี่ปุ่นสมัยก่อนนี่ อดทนจริงๆ
และกล้าหาญ ยอมตายเพื่อจักรพรรดิได้ เพียงแค่เอ่ยปากบอก
ก็อย่างว่านั่นล่ะ ไม่ว่าจะเป็นสงครามไหนๆ ในโลก
มันก็มีแต่ภาพแห่งความทุกข์ทน ทรมาณถูกถ่ายทอดออกมาสู่สายตาเราทั้งนั้น
ผมไม่ได้ชื่นชมยินดีในสงครามนักหรอกนะ
แต่ที่ชื่นชอบหนังสงครามเพราะ เวลาดูมันจะคอยเตือนสติอะไรเราหลายอย่าง
หนังสงครามก็ไม่ได้ให้ความบังเทิงอย่างเดียวหรอก
สำหรับผม ในหนังสงครามมีภาพดราม่าเล็กๆ มากมายซ้อนทับกันอยู่
ชีวิตผู้คนในสงคราม ชีวิตเหล่าทหาร ข้อคิดที่เราได้โดยไม่รู้ตัว
อย่างน้อยที่สุด มันก็ทำให้เรารู้ว่า "สงครามมันปวดร้าวขนาดไหน"
มันต้องแลกด้วยเลือด ด้วยความกล้าหาญของคนหลายคน
พอดูหนังจบ สิ่งหนึ่งที่ย้อนกลับมามองสังคมปัจจุบัน
เราจะพยายามฆ่าแกงกันไปทำไม ในเมื่อสงครามมันไม่มีอะไรดีเลย
ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหนหรือเมื่อไหร่
สงครามมันก็ยังเหลือเหลือไว้แค่เพียง ความปวดร้าวเท่านั้นเอง
ความปวดร้าวที่ไม่สามารถเยียวยาได้ แม้แต่เวลาก็ตามเถอะ
มุมของแถมเรื่องตัวละคร

Ken Watanabe
ในหนังเรื่องนี้ ชอบ "เคน วาตานาเบ้"มาก รู้สึกว่าแสดงดีสุดๆ
หลังจากที่ผมเชื่อว่าเค้าทำได้ดีมากใน "The Last Samurai" แล้ว
แต่เรื่องนี้ก็ทำได้ดีมากเช่นกัน เป็นสุดยอดแห่งการแสดง

Kazunari Ninomiya
นักแสดงอีกคน Kazunari Ninomiya ตัวเอกอีกตัวที่เป็นทหารก็แสดงได้ดี
ทำให้รู้สึกว่าเรื่องราวในหนังมันทรงพลัง ก็เพราะได้นักแสดงที่เก่ง

Tsuyoshi Ihara
คนนี้ผมไม่รู้จัก เพิ่งรู้จักก็ตอนที่ได้ดูเรื่องนี้ เก่งเดียวเชียว
นอกจากขี่ม้าเก่งแล้ว ยังแสดงเก่งซะอีกนี่

Shido Nakamura
นากะมุระ ชิโด ซัง จากเรื่อง Be with you หลายคนคงจำหน้ากันได้
ผมว่าเค้าฉีกจากบททาคุมิซังใน Be with you ขาดกระจุย
แต่ถ้าว่าในเรื่องการแสดงผมก็ชอบนะ แต่ไม่ชอบเค้าเพราะเค้าหย่ากับ ทะเคะโนะอุจิ
ทำกับสุดที่รักของผมได้ ซะงั้นน่ะ ใครไม่รู้จักก็ นางเอก Be with you ครับ
อ้างอิงในรูปเล็ก นี่เลย --->
คนนี้ทะเคะโนะอุจิ ยูโกะ

Ryo Kase
นี่ก็เป็นอีกคนที่ผมเพิ่งมารู้จักจากหนังเรื่องนี้เลย คนนี้ก็แสดงดี
สรุปว่าทุกคนแสดงเก่ง ว่างั้นเหอะ
สรุป
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบและชื่นชมการดูหนังสงคราม เรื่องนี้ก็เป็นหนัง
ที่ไม่น่าจะทำให้คุณผิดหวัง อยู่ในเกณฑ์ที่ดีทีเดียวนะครับ
สำหรับผู้ที่ไม่ใคร่ชอบหนังสงครามดูแล้วอาจจะรู้สึกว่าหนังมันทำอะไรกันอยู่
แต่ก็อยากให้ไปลองหามาดู เผื่อจะได้พบแง่มุมใหม่ๆ นะครับ
ไปหาที่ไหนเหรอคะ
#1 By matsu_yu on 2007-03-19 12:53