ความสุขของกะทิ
posted on 09 Apr 2007 00:16 by krabirainam in Bookแล้วในที่สุดผมก็ได้พบกับความสุขของคำว่า
การมีความสุขอย่างพอเพียง
ความสุขของกะทิ ผลงานจากปลายปากกาของคุณงามพรรณ เวชชาชีวะ
ผู้ที่ได้รับรางวัลซีไรต์ ในฐานะรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม
หนังสือที่มีความยาวเพียง ๑๑๘ หน้า แต่เต็มอิ่มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่น
กับการเดินทางของตัวอักษรเพื่อไปพบกับโลกความสุขของกะทิ
แรกเริ่มผมยอมรับว่าสงสัยเหลือเกินว่าความสุขของกะทิคืออะไร
และทำไมกันหนังสือเล่มแรกที่คุณงามพรรณก้าวจากจุดนักแปล
มาเริ่มเขียนหนังสือเองบ้าง ทำให้เธอได้รับรางวัลซีไรต์
แทบไม่น่าแปลกใจเลยนะ เพราะภาษาในหนังสือสวยงาม
อ่านแล้วก็พานทำให้ผมจินตนาการต่างๆ นานาไปกับโลกของกะทิได้

โลกของกะทิในหนังสือ มีบรรยากาศเหมือนกับบ้านผมเลย
อ่านแล้วคิดถึงแม่ คิดถึงบรรยากาศของความเป็นบ้านนอก
เด็กบ้านนอกอย่างผม เกิดมาพร้อมกับโลกที่ไม่มีเทคโนโลยี
จะต่างกันก็ตรงที่ว่าบ้านของกะทิมีคลอง ส่วนบ้านผมไม่มี
ชอบตรงที่เนื้อเรื่องในหนังสือ ไม่ทำให้เรารู้สึกเบื่อหน่าย
กลับทำให้รู้สึกคล้อยตาม นึกย้อนอดีตไปด้วยได้ซะอีก
ผู้เขียนบรรยาย บรรยากาศบ้านนอกได้ซะเห็นภาพ
ไม่ว่าจะเป็นบ้านลำคลอง หรือแม้แต่ชีวิตผู้คน
ความรู้สึกเหมือนกับอ่านหนังสือของคุณอาจินต์ ปัญจพรรค์
ภาษาในหนังสือของคุณอาจินต์ สวยงามมากจนจินตนาการเห็นภาพได้ชัด
บางทีอาจจะเรียกได้ว่านี่คือความมหัศจรรย์ของตัวหนังสือ
และผมรู้สึกได้เช่นกันในตัวหนังสือของคุณงามพรรณ
มีความรู้สึกบางอย่างที่ผมรู้สึกได้ว่ากะทิเป็นเด็กที่มีความคิดโตเกินตัว
อาจจะเป็นเพราะว่ากะทิอยู่ในโลกที่ล้อมรอบไปด้วยผู้ใหญ่ก็เป็นได้
โตเกินตัวที่ผมหมายถึง ไม่ใช่ดัดจริต กร้านโลกอะไรเทือกนั้นหรอกนะ
ผมกำลังหมายถึง กะทิเป็นเด็กที่มีความคิด ความอ่าน
ในโลกที่เด็กสมัยนี้แทบจะมีน้อยกันเต็มที
ในแง่ของการมองจุดเล็กน้อยในชีวิต เหมือนกับคนโบราณเค้ามองกัน
ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร
ทั้งที่อ่านไปก็พอจะคาดเดาว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
แต่ภายใต้ความสูญเสียบางอย่าง ผมกลับรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น
ยิ่งอ่านไปถึงจุดสำคัญของเรื่อง
ก็ทำให้รู้สึกถึงแรงความรักของแม่ หรือว่าผู้ใหญ่รอบตัวกะทิ
ผมรู้สึกว่ากะทิเป็นเด็กที่โชคดีนะ
ได้รับความรักจากผู้คนรอบข้างอย่างเต็มเปี่ยม
ในหน้าหลังสุดของหนังสือ จะมีนิยมหลายคำจากนักเขียน
ผมชอบท่อนของคุณวินทร์นะ
เรียบง่าย สวยงาม สั้น แต่สั่นอารมณ์
เพราะอารมณ์ตอนที่อ่านรู้สึกได้แบบนั้นเลย
และความสุขของกะทิ ก็เป็นโลกที่เรากำลังมองข้าม
คือการอยู่กับสิ่งที่มีอยู่ เพียงพอกับสิ่งที่มี
เข้าตามหลักเกษตรพอเพียงของพ่อหลวงของเราเลยนะ
ถ้าจะบอกว่ามีหนังสือเล่มไหนบ้างที่ส่งเสริมแนวทางเกษตรพอเพียง
ผมว่า ความสุขของกะทิ น่าจะเป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่ควรรวมอยู่ด้วย
ไม่ใช่พอเพียงเฉพาะความเป็นอยู่เท่านั้น
แต่ยังหมายถึงการพอเพียงกับความสุขที่มีอยู่ด้วย
วรรณกรรมเล่มที่อ่านจบวันนี้
รู้สึกได้ว่ามันไม่ได้เหมาะสำหรับเฉพาะคนกลุ่มอายุใดอายุหนึ่ง
แต่มันเหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย
ความสุขของกะทิ ควรค่าแก่การเข้าไปสัมผัส
ถึงแม้ว่าจะเป็นหนังสือเล่มเล็กๆ เล่มหนึ่ง
แต่ก็อัดแน่นไปด้วยความสุข
อย่างน้อยที่สุด ผมก็รู้สึกได้ถึงความสุขของผู้เขียน
เพราะถ้าผู้เขียนไม่มีความสุข
คงไม่สามารถรังสรรค์ความสุขแบบนี้ออกมาได้อย่างแน่นอน
ความสุขบางทีก็สัมผัสได้ง่ายๆ เพียงแค่ใจเรามีความสุข
วันนี้ผมก็อยากจะลองเริ่มต้นมีความสุขกับสิ่งที่มีอยู่บ้างแล้วสิ
แล้วคุณล่ะ อยากเข้าไปสัมผัสโลกของกะทิดูบ้างมั้ย?
#1 By -pd- on 2007-04-09 00:22