Always2: 三丁目の夕日
posted on 04 Nov 2007 19:33 by krabirainam in Movies
วันนี้ไปดู always ภาคล่าสุดมา จะบอกว่ายังไงดี
ความรู้สึกยังคงเหมือนเดิม
เป็นหนังที่อบอุ่น ซาบซึ้ง น้ำตาไหลพรากที่สุดเท่าที่เคยดูมา
อารมณ์ประมาณว่าหัวเราะไป น้ำตาไหลไป
(ข้อความต่อจากนี้ เป็นความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ)

ในโรงภาพยนต์วันนี้ผู้คนคึกคักทีเดียว
ความรู้สึกกับการที่ได้มีโอกาสนั่งดูหนังในโรงเป็นเรื่องที่สอง
"ซาบซึ้งทีเดียว"
จะว่าไปผมดูหนังในญี่ปุ่นปีละเรื่องนะเนี่ย
แล้วที่ดูผ่านมาทั้งหมด ก็เป็นหนังญี่ปุ่น เรื่องที่แล้วก็ดู "นาดะ โซ โซ"
ความรู้สึกที่มีต่อ always ภาคล่าสุด ดูจะไม่ต่างไปจากคราวที่แล้วนัก
หนังเรื่องนี้สมกับเป็นหนังญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
หนังค่อยๆ ละเลียดความงดงามผ่านภาพมากมาย
ผ่านสายตาการมองของผู้คน ผ่านชีวิตของผู้คนบนถนนสายนั้น
สิ่งละอันพันละน้อย ที่หลอมรวมเข้าเป็นความรู้สึกหนึ่งเดียว

เป็นหนังที่ผมคิดว่าไม่มีพีคอย่างแท้จริง
แต่สามารถทำให้คนดูซาบซึ้งได้ไปเรื่อยๆ อย่างไม่จบสิ้น
อารมณ์ประมาณว่าถ้าได้เริ่มดูแล้ว ไม่สามารถลุกออกจากเก้าอี้ได้
อาจจะเป็นเพราะว่า หนังมันทำให้เรารู้สึกได้ว่ามีผู้คนแบบนั้นอยู่จริง
ไม่มีผู้ร้ายที่ร้ายซะจนเกินจริง
มนุษย์ทุกคนมีทั้งแง่ดี และแง่ร้ายในตัวคนคนเดียวกัน

ผมว่าผู้ชมในโรงวันนี้คงรู้สึกไม่ต่างจากผมสักเท่าไหร่
ขนาดว่าผมเป็นชาวต่างชาติ ผมยังรู้สึกได้ขนาดนี้
หนังถ่ายทอดภาพบรรยากาศได้ซะเหมือนเราตกเข้าไปอยู่ในโลกนั้น
นี่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นความมหัศจรรย์อย่างหนึ่งของการดูหนังในโรงภาพยนต์
มันทำให้เรารู้สึกได้เหมือนกับเป็นตัวละครหนึ่งตัว
ที่เดินทางพร้อมๆ กันไปกับตัวละครหลายๆ ตัวในเรื่อง
ทั้งๆ ที่เป็นหนังที่สามารถจะคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
แต่สำหรับผม ผมกลับรู้สึกว่าเค้าทำได้ดี
มีหนังอยู่ไม่กี่เรื่องที่จะทำให้เรื่องที่ผู้คนรู้ แล้วสามารถทำให้คล้อยตามไปได้
หนังเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผมรู้สึกได้แบบนั้นจริงๆ
และรู้สึกได้เลยว่า ถ้าใครอยากจะเข้าใจหัวใจคนญี่ปุ่นได้ในระยะเวลาอันสั้น
หนังเรื่องนี้ก็อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดี ที่จะได้เห็นแง่มุมการมองโลกแบบญี่ปุ่นๆ

โลกมันไม่ได้เลวร้าย และก็ไม่ได้งดงามเสมอไป
แต่ภายใต้ความเลวร้าย และความงดงามเหล่านั้น มันทำให้มนุษย์เติบโตขึ้น
ผมสงสัยมานานเหมือนกันว่ามนุษย์จะโตเป็นผู้ใหญ่ได้เมื่อไหร่
วันนี้ผมไม่ได้พบคำตอบ แต่ผมแค่ไม่อยากจะถามต่อแล้วเท่านั้นเอง
ผมว่าเวลา และประสบการณ์บางอย่าง มันอาจจะสอนให้เราเติบโตไปได้เอง
วันนี้ไม่ใช่ว่าผมโตขึ้น แต่ผมแค่รู้สึกว่าผมสูดอากาศได้อย่างสบายใจขึ้น
หนังเรื่องนี้สอนผมอยู่หลายข้อเหมือนกัน
สอนให้ผมรู้ว่าเงินก็ไม่ได้สำคัญมากไปกว่า จิตใจ
และความสัมพันธ์บางอย่างก็ยั่งยืนกว่า ความสัมพันธ์บางอย่าง
ความเข้าใจ และการกล้าเผชิญหน้ากับความจริง
บางทีอาจจะทำให้เราได้พบกับคำตอบบางอย่างที่น่าเหลือเชื่อทีเดียว

หนังเรื่องนี้ทำให้ผมชอบพระอาทิตย์ยามผีตากผ้าอ้อมเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
และยิ่งทำให้อยากไปเห็นโตเกียวทาวเวอร์ไวๆ
ทำให้ผมรักโลกใบนี้ที่อยู่มากขึ้น ....
ผมว่านะ สังคมที่เราอาศัยอยู่ คงจะอยู่ต่อไปไม่ได้
"ถ้าเราเลิกที่จะอยู่กันอย่างถ้อยที ถ้อยอาศัย"

และหนังเรื่องนี้เป็นหนังอีกเรื่องที่ทำให้ผมคิดถึงบ้านขึ้นมาซะเฉยๆ
ถึงโลกบนแผ่นฟิล์มจบลงไปแล้ว แต่โลกของผมกำลังจะเริ่มต้น
เป็นอีกหนึ่งวันที่ผมรู้สึกว่า "ผมมีความสุข" สุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
แล้วกรูจะได้ดูเมื่อไรว๊า
#1 By ikam (124.120.25.199) on 2007-11-29 02:36