Crying out love in the center of the world(revise)

posted on 17 Feb 2008 10:20 by krabirainam  in Movies

 

 

ถ้าความผิดหวัง มันเปลี่ยนแปลงเป็นกำลังใจได้บ้างก็คงดีนะ
หลังจากที่ความทุกข์ทนมันเข้ามาถาโถมเราอย่างไม่ให้ทันตั้งตัว
บางทีความสุขที่พอจะหาได้บ้าง ก็คงเป็นความสุขเล็กๆ ที่มองเห็นในกองทุกข์
สุขที่ได้ชื่นชมมัน สุขที่ได้รับรู้ถึงความทุกข์ สิ่งที่เรามองหาทางออกไม่เห็น
หลังจากที่เราใช้เวลาอยู่กับมันเพื่อจะเยียวยาความรู้สึก
เพื่อจะเป็นหนึ่งเดียวกับมัน เพื่อจะเข้าใจมัน เพื่อจะเชื่อว่าอีกไม่นานมันจะดีขึ้น


กองทุกข์ที่เรามองเห็นตรงหน้า เรามีวิธีจัดการมันต่างกันไป
บางคนวิ่งเข้าไปหามัน ทำให้เราเชื่อให้ได้ว่า ความทุกข์นี้เป็นเรื่องธรรมดา
แต่อีกคนพร้อมที่จะเดิน และหนีออกจากมันมาทุกเวลา
ความทุกข์ ทำให้ความเชื่อของคนเรามันเปลี่ยนแปลงไป ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง


อดีตบางอย่าง ได้บรรจุเอาความสุข และในขณะเดียวกันก็มีความทุกข์มากมาย
บางคนยินดีที่จะได้ระลึกถึงเรื่องราวเหล่านั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ฉายหนังเรื่องเดิม ภาพบรรยากาศเดิม
ทั้งๆ ที่รู้ว่าในตอนสุดท้ายตัวเองจะต้องทนทุกข์ทรมานกับมันมากเท่าไหร่ก็ตามที
เรื่องบางเรื่องมันก็ยากที่จะเข้าใจ แต่ท่ามกลางความทุกข์ก็มีความสุขมากมายแฝงอยู่ด้วย






เรื่องราวของเขาและเธอเริ่มต้นขึ้นในหน้าร้อนในปีหนึ่ง
เมื่อสิ่งที่เราเรียกว่าพรหมลิขิต ได้ชักพาให้หนุ่มสาวสองคนได้มารู้จักกัน
ในโลกที่เรามองเห็นว่ามันแคบ และบางทีมันก็กว้างใหญ่
ในโลกของเธอ และเขาที่ดูเหมือนกับว่ามันจะแตกต่าง และคนสองคนอยู่คนละโลก
แต่ทว่าความรักของคนสองคน ได้ปรับเปลี่ยนโลกที่ดูเหมือนจะต่างกัน
ให้เดินทางเข้าใกล้มากขึ้น และกลับกลายเป็นโลกเดียวกันในที่สุด

แสงแดดสีทองของหน้าร้อน กลิ่นของทะเล
ภาพบรรยากาศทุ่งนาป่าเขา และกลิ่นอายของฤดูร้อน
ความทรงจำอันแสนหวาน ในโลกที่ไร้ซึ่งกาลเวลา
นั่นเป็นอดีต และความทรงจำที่เขาและเธอไม่สามารถลบลืมได้

เราพบว่ามนุษย์อย่างเรา มีความทรงจำบางอย่างที่ไม่สามารถลืมได้
ไม่ว่าจะพยายามลบลืมมันเท่าไหร่ก็ตาม
ยิ่งพยายามลืม ก็ดูเหมือนกับว่ามันกลับชัดเจน
คล้ายกับว่าเราสามารถเดินทางเข้าใกล้และสัมผัสมันได้มากขึ้น

แต่ใครจะรู้ได้บ้างว่า ท่ามกลางท้องฟ้าอันสดใสที่เรามองเห็น
อีกไม่นานท้องฟ้านั่นจะถูกปกคลุมด้วยเมฆ
และก่อตัวเป็นพายุฝนในเวลาไม่ช้า
เรื่องบางเรื่อง เราก็ไม่สามารถควบคุมมันได้
และไม่สามารถรู้ได้ว่า พายุฝนนั้นจะพัดพามาสู่เราเมื่อใดกัน
เราไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากตั้งหน้าตั้งตายอมรับมัน





บางครั้งเราก็ไม่ได้เป็นผู้เลือก แต่เราถูกเลือก
เมื่อชีวิตเราถูกเลือก และลดเหลือเวลาให้หดสั้นลง
เราควรจัดการกับเวลาที่เหลืออยู่น้อยนิดเหล่านั้นยังไงดี
บางคนเลือกที่จะจมลงไปกับมัน
แต่บางคนก็เลือกที่จะใช้เวลาอันมีค่านั้นให้คุ้มค่าที่สุด

ทุกปัญหาที่เราพบเจอ มักจะมีตัวเลือกสองตัวมาให้เราเลือกอยู่เสมอ
อย่างแรกคือพยายามต่อสู้มันต่อไป ถึงแม้จะไม่รู้ว่าสิ่งที่จะได้มามันคืออะไร
อีกอย่างคือล้มเลิก ปล่อยให้มันดำเนินไปแบบนั้น
ถ้าถามว่าเราควรเลือกอย่างไหน คงเป็นเรื่องที่ตอบยากพอสมควร
มนุษย์อย่างเรามีประสบการณ์ และความอดทนที่แตกต่างกัน
บางคนเลือกอย่างแรกโดยที่ไม่ต้องคิดทบทวนอะไรให้มากความ
แต่บางคนก็ยินดีที่จะเลือกอย่างที่สอง
ทั้งที่บางครั้งเราก็ไม่เข้าใจนักว่าเราเลือกมันไปเพราะอะไรกันแน่
นั่นมันถึงเรียกว่าความซับซ้อนของการมีชีวิตอยู่มั้ง


เรื่องของอากิกับซากุทาโร่ก็เป็นความสุขที่ก่อตัวท่ามกลางความทุกข์
บนความทุกข์ทนของอากิ ก็มีความสุขมากมายถาโถมเข้ามาให้มีโอกาสได้รู้จัก
ได้เรียนรู้ที่จะให้ และในเวลาเดียวกันก็เรียนรู้ที่จะเป็นผู้รับบ้าง
เรียนรู้ที่จะทุกข์ เพื่อจะต้อนรับความสุขที่มันกำลังจะเดินทางมาถึงในอีกไม่นาน

ไม่ช้าก็เร็วอย่างที่อากิเชื่อ เธอจะต้องตายจากไปอย่างไม่มีทางเลือก
แต่เธอกลับไม่ได้ทุกข์ หรือจมอยู่ในกองทุกข์ที่จะต้องตายจากโลกนี้ไป
สิ่งเดียวที่เธอคาดหวัง เธอเพียงแค่อยากจะมีโอกาสอยู่กับคนที่เธอรัก
ในอ้อมกอดของคนที่เรารัก มันจะมีความสุขมากแค่ไหนคงไม่ต้องบอกสินะ
เป็นความฝันที่ใครๆ ต่างก็ฝันหา สักวันนึงอยากจะมีโอกาสนั้นบ้าง
ท่ามกลางความโชคร้าย บนกองแห่งความทุกข์นั้น กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข







วันที่อากิได้พบกับซากุทาโร่ครั้งแรก ดูเหมือนกับว่าความรักนั้นจะโอบกอดเธอ
ตลอดเวลาความสุข เรื่องดีดีมากมายเกิดขึ้นระหว่างคนสองคน
คนที่พร้อมจะทำเพื่อกันและกัน โดยไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับอะไรกลับมา
เมื่อคนสองคนพร้อมที่จะเป็นทั้งผู้รับและผู้ให้ในเวลาเดียวกัน

จะมีสักกี่คนบนโลกใบนี้ที่มีโอกาสได้พบกับความรักแบบอากิบ้าง
และจะมีผู้ชายสักกี่คนบนโลกนี้ที่จะโชคดีเหมือนซากุทาโร่บ้าง
ในคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบใดใดทั้งสิ้น เวลาจะเป็นคำตอบของทุกสิ่ง
เวลาของชีวิตมันก็เดินไปเหมือนเข็มนาฬิกานั่นแหละ
เพียงแต่ว่า...เวลาของเรามันไม่เท่ากัน และชีวิตหนึ่งก็จากโลกนี้ไปไม่พร้อมกัน
ความตาย ไม่ใช่ทางออกที่ดีสำหรับใครทั้งสิ้น แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เราต้องเลือก
ความตายเป็นภาวะที่เราทุกคนต้องพบเจอ ไม่มีทางเลือกใด





ผมคิดว่าการจมอยู่ในกองทุกข์ก็คงไม่ใช่คำตอบ หรือคำตอบที่ดีนัก
อยากจะเชื่ออย่างที่อากิเชื่อ สักวันหนึ่งความรักที่มีจะเติมเต็มทุกความรู้สึก
มีความรักไม่ต้องกลัวอะไร ความรักจะปกป้องเราจากความโชคร้ายทั้งปวง
สัมผัสของความรู้สึก ในวันที่หัวใจต้องร้าวราน เป็นความรู้สึกที่เจ็บปวด
ภายใต้ความเจ็บปวด เรากลับได้มีโอกาสเห็นรอยยิ้ม และเรื่องราวดีดีเสมอ

ภายใต้ความทรมาน เราพบว่ามีคนที่รักเราอย่างที่เราไม่เคยคิดมาก่อน
ท่ามกลางความตาย เราพบว่าความรักมันจะโอบกอดเราไปตลอดกาล
หากจะเชื่อ ขอให้เราเชื่อในรัก เพราะความรักจะทำให้ชีวิตมีความสุขตลอดไป
ซากุทาโร่ เป็นผู้ชายบนโลกนี้คนนึงที่ผมคิดว่าเขาโชคดีที่สุด
โชคดีที่ได้มีโอกาสเห็นรอยยิ้มแห่งความสุข และคราบน้ำตาแห่งความตื้นตัน


ในตอนหนึ่งของหนัง อากิกับซากุทาโร่สงสัยว่า
"ถ้าวันหนึ่งคนรักตายไป ความรักจะตายไปพร้อมกับร่างที่แหลกสลายนั้นหรือเปล่า"
วันนี้เขาสองคนเริ่มได้เรียนรู้ และเข้าใจ
และได้พบกับคำตอบบางอย่าง อย่างน่าอัศจรรย์นัก
เพราะพวกเขาได้ค้นพบว่า
"ถึงแม้จะต้องตายจากกันไป ความรักของเขาและเธอก็ยังคงอยู่เสมอ"



คนสองคนพร้อมที่จะตายไปด้วยกันได้ มันเป็นความมหัศจรรย์ใช่ไหมล่ะ
แต่มันก็ไม่แปลกนัก ถ้าคนสองคนนั้นเกิดมาเพื่อจะเป็นของกันและกันไปตลอดชีวิต
จุดศุนย์กลางของชีวิตมนุษย์อาจจะไม่ใช่ที่ตัวเรา แต่กลับอยู่ที่คนที่เรารัก
ความสุข ความรัก ผมพบว่ามันทำให้โลกที่กำลังดูมืดมนในเวลานี้มีแสงสว่างขึ้นมา
ท่ามกลางความมืดมิด เรามักจะพบแสงสว่างสุดท้ายเพื่อชี้ไปถึงทางออกเสมอ

ในเวลาที่ทุกข์ทน ความรักจะโอบกอดให้เราหาทางออกของปัญหาได้
สิ่งสุดท้ายที่มนุษย์จะคิดถึง กลับไม่ใช่ลาภยศ หรือเงินทอง
สิ่งที่เราต่างเรียกหา กลับเป็นใครสักคนที่พร้อมจะมอบความรักให้กับเราไปทั้งชีวิต
แม้ว่าจะไม่มีโอกาสได้อยู่คู่กันเลยก็ตามที เพราะความรักที่แท้จริงแล้ว ...
ไม่มีใครสามารถครอบครองมันได้ อย่างที่ผมเชื่อ ...







"ความรักจะโอบกอดเรา และทำให้เรื่องร้ายๆ นี้ผ่านพ้นไปได้"
และสิ่งที่ผมเชื่อคงไม่แตกต่างกัน คนเราคงไม่ได้โชคดีไปตลอดชีวิต
ถือซะว่า ครั้งนี้มันเป็นประสบการณ์ที่เราไม่อยากจะเลือก แต่เราก็ต้องยอมรับมัน
และเรื่องราวความรักระหว่างอากิกับซากุทาโร่ก็คงเช่นกัน


สิ่งเดียวที่พอจะทำได้ในเวลานี้ "ทุกอย่างมันจะดำเนินไปในทางที่ดี"
ก็แค่หวัง และมีความรัก ความรักจะทำให้เรารอดพ้นจากความทุกข์นี้
ผมเชื่อ ความรักจะทำให้เรารอดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง
อย่างที่อากิ และซากุ ทาโร่เชื่อ เขาและเธอจะได้อยู่ด้วยกันตลอดกาล
และความรักครั้งนี้มันจะโอบกอดพวกเราไปทั้งชีวิต


และนี่เป็นหนังเรื่องเดียวที่ผมรู้สึกว่า ยิ่งตัวเองพยายามเขียน
ก็ไม่สามารถเขียนได้เท่ากับที่รู้สึก
ไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้เท่าที่ควรจะเป็น
และนี่ก็คงเป็นหนังของความทุกข์ที่ผมรู้สึกว่ามันโรแมนติกที่สุดเท่าที่เคยดูมา
ไม่ว่าจะอ่านหนังสือ ดูหนัง หรือละครก็ตาม
ผมยังคงรู้สึกได้เสมอในความรักของคนสองคน
และความสุขที่มันถูกซุกซ่อนเอาไว้ท่ามกลางความทุกข์

ถ้าหากอยากจะมีความสุข จงเรียนรู้ที่จะทุกข์
และนี่คงเป็นประโยคเดียวที่ผมรู้สึกว่าถ่ายทอดความรู้สึกของหนังทั้งเรื่องได้
อากิ ซากุทาโร่ คือภาพความทรงจำของหนังรักฤดูร้อน
ไว้คราวหน้าผมจะเอาความทรงจำของหนังรักฤดูหนาวมาเขียนถึงบ้าง
คงจะโรแมนติกไม่แพ้กันเลยสินะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เข้ามาอ่านเงียบๆ
นึกถึงซากุ กับ อากิ

#1 By พ. on 2008-02-22 00:13