ความสุขของกะทิ [หนัง]

posted on 17 May 2009 14:26 by krabirainam

 

 

 

 

 

ว่ากันว่า การมีความทุกข์ จะทำให้เราเข้าใจความสุขได้มากขึ้น
และการมีรู้จักมีความสุขอย่างพอมี มันก็ทำให้ชีวิตสุขได้ไม่มีวันหยุด


"ความสุขของกะทิ"


ผมรู้จักเรื่องราวของกะทิจากปลายน้ำหมึกของคุณงามพรรณ
และเมื่อไม่นานมานี้เองผมก็ได้มีโอกาสสัมผัสกะทิในเวอร์ชั่นที่โลดแล่นบนแผ่นฟิล์มด้วย








บอกไม่ถูกนะครับ เพราะผมไม่คิดว่าจะมีใครกล้าเอาวรรณกรรมเรื่องนี้มาทำเป็นหนัง
และก็คงจะกล้ามากพอ ทั้งๆ ที่รู้ว่าทำไปก็ขาดทุนแน่ๆ
เพียงเพราะคนไทยส่วนใหญ่ชื่นชอบที่จะดูหนังผี ตลก และกะเทย

การสวนกระแสหยิบเอาวรรณกรรมที่พิมพ์ซ้ำไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งมาทำเป็นหนัง
ผมถือว่ามันเป็นความยากอย่างหนึ่ง
อย่างน้อยก็ยากพอที่จะถ่ายทอดความรู้สึกจากตัวหนังสือกลั่นออกมาให้เป็นภาพ
เพราะภาพจากจินตนาการของผู้อ่านมันแตกออกไปได้เป็นร้อยภาพพันภาพ

 

 

 

 

ในฐานะแฟนของ "ความสุขของกะทิ" ในภาคตัวอักษร
ผมว่าความสุขของกะทิ ดีมากพอที่จะเป็นวรรณกรรมที่เหมาะสำหรับเด็กอ่านได้ ผู้ใหญ่อ่านดี
ถึงแม้ว่าจะมีเสียงจากผู้อ่านหลายคนว่าตัวละครอย่างกะทิจะเป็นเด็กที่โตเกินตัว
คือผู้เขียนใส่ความเป็นผู้ใหญ่ลงไปในตัวละครกะทิเสียมาก จนทำให้เสียจริตในการเป็นเด็ก
แต่ข้อนี้ผมให้อภัย เพราะคิดว่าคงมีเด็กที่คิดโตเกินตัวอยู่จริงๆ ในท่ามกลางโลกที่มีแต่ผู้ใหญ่


ความสุขของกะทิในภาคแผ่นฟิล์ม
ถ้าให้ผมวิจารณ์ในแง่ของการเป็นหนัง ผมรู้สึกว่าความสุขของกะทิยังขาดสเน่ห์
แน่นอนที่สุดครับหนังสือกับภาพยนตร์ไม่เหมือนกันแน่นอน
และฉากบางฉากที่ผู้กำกับไม่เล่าและปล่อยภาพให้คนดูคิดเองโดยไม่มีบทพูดอะไรเลย
ผมว่ายากที่คนดูทั่วไปจะเข้าใจ ถ้าหากไม่เคยอ่านหนังสือมาก่อน
การไม่เล่า ไม่ใช่แปลว่าไม่ดี แต่การไม่เล่าในหนังครั้งนี้ผมว่ามันทำให้หนังขาดอารมณ์ต่อเนื่อง

 

 

 

 

 

เกือบจะทำได้ดีแล้ว แต่หนังดันไม่สานต่ออารมณ์คนดู
หรืออย่างฉากบางฉากที่ผมได้อ่านในหนังสือแล้ว
รู้สึกได้เลยว่ากว่ากะทิจะเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนนั้น
กะทิต้องผ่านอะไรมามาก และต้องรู้สึกมากด้วย
แต่ในหนังแทบจะไม่เล่าและไม่ทำให้ผมรู้สึกสะเทือนอารมณ์ได้เท่ากับตอนอ่านหนังสือเลย


ความต่างบางอย่างจากหนังสือ
ผมว่าหนังสือแค่เขียนไม่กี่บรรทัดคนอ่านก็จินตนาการไปไกลแล้ว
แต่ในหนัง แค่ภาพก็อาจจะไม่พอ บางทีบทพูดก็ดูสำคัญพอกัน
ผมว่าหนังเรื่องนี้ตัวละครพูดกันน้อยไป จนคนดูไม่สามารถสัมผัสความรู้สึกตัวละครได้เลย
ในเมื่อตัวละครนิ่งมันไม่ได้แปลว่าตัวละครคิดอะไรอยู่เสมอไป
ถ้านิ่งโดยไม่แสดงอารมณ์ผ่านสายตา หรือทำอะไรสักอย่างให้คนดูรู้สึกได้
ผมว่าการนิ่ง ก็ไม่ได้แปลว่าลึกล้ำเสมอไป

 

 

 

 

 

อันนี้ผมคิดไปเองล่ะว่า

บางทีผู้กำกับคงต้องการรักษาแบบฉบับความสุขของกะทิให้เหมือนในหนังสือ
แต่จะว่ายังไงดีล่ะครับ ในเมื่อมันคือ "หนัง" วิธีสื่อสารกับคนดูก็ย่อมต่างไป

การเดินทางไปถึงจุดพีคของเรื่อง มันยังไม่พีค
ถ้าจะบอกว่าหนังเรื่องนี้ตั้งใจไม่มีพีคตั้งแต่แรกเริ่มก็คงจะไม่ใช่
ในเมื่อการเดินทางของความสุขในแบบฉบับของกะทิ ยังไม่ทำให้ผมรู้สึกได้ว่ากะทิสุขจริงๆ
ผมว่าหนังกำลังเสียศูนย์และเสียสเน่ห์ของความเป็นหนังอยู่มาก

แต่อย่างไรก็ดี ผมว่าความสุขของกะทิในภาคแผ่นฟิล์มก็ยังไปได้
ถึงแม้ว่าจะไม่มากไม่มายก็ตามที

 

 

 

 

สิ่งที่ชอบในหนังเรื่องนี้

ภาพที่สวยมากดูแล้วน้ำตาจะไหล เหมือนได้เห็นเพื่อนในจินตนาการมีตัวตนอยู่จริง
เพลงประกอบที่เพราะมาก


สิ่งที่ไม่ชอบในหนังเรื่องนี้

การดำเนินเรื่องที่ขาดการต่อเนื่องของอารมณ์พาไปสู่จุดพีคของหนัง



สุดท้าย

ความสุขของกะทิ บอกกับผมว่า "ความสุข" มันอยู่ที่ "มุมมอง"
ในเมื่อความสุขมันอยู่ "ทุกที่" อยู่ที่ว่าเราจะสนใจ "มอง" มันไหม?

 

 

 




Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อยากดูอ่ะ ไม่เคยดูเร้ยยยยbig smile

#1 By actuallyinlove on 2009-05-17 14:35

ความสุขของกะทิ บอกกับผมว่า "ความสุข" มันอยู่ที่ "มุมมอง"
ในเมื่อความสุขมันอยู่ "ทุกที่" อยู่ที่ว่าเราจะสนใจ "มอง" มันไหม?


ชอบประโยคสรุปปิดท้ายครับ

เรื่องนี้ผมยังไม่ได้ดู และยังไม่ได้อ่าน แต่คิดว่าอาจจะได้ดูฉบับภาพยนตร์ภายในปีนี้ครับ confused smile

ปล.ในที่สุดพี่กระบี่ไร้นามก็กลับมาอัพบล็อกอีกครั้ง open-mounthed smile

#2 By SkyKiD on 2009-05-17 14:40

เป็นหนังที่ดีมาก

#3 By pingmovie on 2009-05-17 18:03

ดูเรื่องนี้เมื่อไม่นานมานี้เองค่ะ

เพลงประกอบเพราะจริงๆเห็นด้วยกับเจ้าของบลอค บางฉากตัดเปลี่ยนเร็วเกินไป บวกกับน้องที่เล่นเป็นกะทิสื่ออารมณ์ได้ไม่มากพอ

ภาพสวยค่ะ คุณตากับคุณยายเหมือนถอดออกมาจากหนังสือเลย แต่บางฉากนิ่งจนให้คนดูเข้าใจไปเอง เหมือนพยายามถ่ายทอดบางอย่างออกมา แต่เข้าไม่ถึงจริงๆค่ะ(อย่างเช่นม้าริมชายหาด เรายังงงอยู่เลยsad smile )

ปล.หนังเรื่องนี้เป็นของภาพยนตร์ชูใจใช่มั้ยคะ? ชื่อไม่คุ้นเลย อยากรู้ว่าเค้าทำหนังเรื่องื่นอีกหรือเปล่าจะได้ติดตามดูผลงานต่อไป อยากให้มีหนังไทยคุณภาพดีๆแบบนี้อีกค่ะconfused smile

#4 By 109 on 2009-05-17 21:19


ความสุขของกะทิ บอกกับผมว่า "ความสุข" มันอยู่ที่ "มุมมอง"
ในเมื่อความสุขมันอยู่ "ทุกที่" อยู่ที่ว่าเราจะสนใจ "มอง" มันไหม?


โดนประโยคนี้เหมือนกันค่ะ

#5 By new (124.157.186.208) on 2009-07-21 13:48